วันนี้ (29 มกราคม 2569) เวลา 10.00 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ นายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผู้อำนวยการกองที่ดินของรัฐ และเจ้าหน้าที่ สคทช. ร่วมประชุมหารือ “การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 ทับซ้อนกับที่ดินของราษฎรในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งซ้าย จังหวัดแม่ฮ่องสอน” โดยมี นายอุดมศักดิ์ ชาวหนูขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ต.อ. ปรีชา วังปรีชา ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336, กรมป่าไม้, จังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ณ ห้องประชุม สคทช. 1 ชั้น 20 อาคารอารีย์ ฮิลส์ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

ดร.ชญานันท์ฯ ผอ.สคทช. กล่าวว่า “..ได้รับทราบข้อคิดเห็นและแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นที่จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนได้หารือร่วมกับกรมป่าไม้ในประเด็นสถานะและขอบเขตของพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานเร่งรัดภายใน 3 เดือน แบ่งออกเป็น 2 กระบวนการหลัก ได้แก่ กระบวนการส่งคืนพื้นที่ และกระบวนการรับมอบพื้นที่..”

จากข้อเท็จจริงพบว่า มีราษฎรบ้านปางหมู หมู่ที่ 1 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดฮ่องสอน ราษฎรได้เข้าอยู่อาศัย และทำกินมาก่อนที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ จำนวน 57 แปลง เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้เร่งรัดการส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวจาก ตชด. ให้กรมป่าไม้ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินการด้านเอกสาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งรัดการดำเนินการตามขั้นตอน อาทิ การเพิกถอนหรือปรับปรุงใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวมีสถานะพร้อมเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) โดยกำหนดให้ ตชด. 336 ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคม 2569 และให้กรมป่าไม้ดำเนินการรับมอบพื้นที่และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

ทั้งนี้ สคทช. ได้กำหนดกรอบแผนปฏิบัติการเร่งด่วนภายในระยะเวลา 3 เดือน โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ ขั้นตอนการส่งคืนพื้นที่และขั้นตอนการรับมอบพื้นที่ พร้อมเร่งรัดการดำเนินการด้านเอกสาร อาทิ การเพิกถอนหรือปรับปรุงใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ของหน่วยงาน ให้พื้นที่ดังกล่าวมีสถานะพร้อมเข้าสู่กระบวนการ คทช. ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันที่ประชุมได้เห็นชอบกรอบแผนงานระยะยาวโดยให้หน่วยงานระดับพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง สำรวจรังวัด และสร้างความเข้าใจกับประชาชน ควบคู่กับการกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในอนาคต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และยั่งยืน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงในการอยู่อาศัยของประชาชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ