โดย นางสาวภทรกช เหนือเกตุ1
นายทนง นนทกาญจน์2
ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดิน
และทรัพยากรดิน กลุ่มงานจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ 1
“ถึงห้วยอีร้าและระย้าล้วนสายหยุด ดอกนั้นสุดที่จะดกดูไสว
กะมองกะแมงนมแมวเป็นแถวไป ล้วนลูกไม้กลางป่าทั้งหว้าพล้อง”
นิราศเมืองแกลง, พระศรีสุนทรโวหาร (ภู่), 2349
สุนทรภู่ (พระศรีสุนทรโวหาร) ได้บรรยายถึงสภาพบ้านเมืองในอดีตของชุมชนในพื้นที่ตำบลสำนักท้อนขณะเดินทางไว้ในนิราศเมืองแกลง แสดงให้เห็นถึงลักษณะของสภาพพื้นที่เป็นป่าในสมัยก่อน เมื่อเดินทางถึงห้วยอีร้าได้พบเห็นลิงที่ปีนป่ายอยู่บนต้นกระท้อน ปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเรียกว่า บ้านยายร้า3 เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในตำบลสำนักท้อน ในอดีตจังหวัดระยองเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ใช้เกวียนเป็นพาหนะและเดินเท้า ด้วยสภาพพื้นที่ห้วยอีร้าเดิมเป็นป่ามีต้นกระท้อนขนาดใหญ่เรียงรายเป็นร่มเงาให้แก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แต่ยังไม่เพียงพอต่อการใช้พักพิง หลบฝน ชาวบ้านจึงสร้างศาลาที่พัก หรือเรียกกันว่า สำนักไว้บริเวณต้นกระท้อน เพื่อหลบแดดหลบฝน จนเป็นที่เรียกขานกันว่า สำนักกระท้อน ต่อมาเพี้ยนเป็น สำนักท้อน จนถึงปัจจุบัน4
“ครู่หนึ่งถึงชะวากชากลูกหญ้า ล้วนพฤษายางยูงสูงไสว
แต่ล้วนทากแต่ละรากลำพูไพร ไต่ใบไม้ยูงยางมากลางแปลง
ออกเดินถี่หนีทากถึงชากขาม เป็นสนามน้ำท่าได้อาศัย
เห็นรอยคนแรมค้างอยู่กลางไพร ขึ้นต้นไม่หักรังไว้เรียงราย
ถึงห้วยโป่งเห็นธารละหานไหล คงคาใสปลาว่ายคล้ายคล้ายเห็น
มีกรวดแก้วแพรวพรายรายกระเด็น บ้างแลเห็นเป็นสีบุษราคัม”
นิราศเมืองแกลง, พระศรีสุนทรโวหาร (ภู่), 2349
อีกตอนหนึ่งจากนิราศอธิบายลักษณะความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่บ้านชากลูกหญ้า ที่มีต้นยาง ยางนา หรือยางแดง ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันบ้านชากลูกหญ้าอยู่ในตำบลห้วยโป่ง เช่นเดียวกับบริเวณชากขามเป็นบริเวณพื้นที่กว้างมีน้ำขัง ซึ่งคนจากบ้านชากลูกหญ้าจะมาทำมาหากินที่นี้ จากนิราศข้างตนพบว่ามีร่องรอยการใช้เส้นทางดังกล่าวนี้เป็นเส้นทางสัญจรอีกด้วย ปัจจุบันห้วยโป่งเป็นตำบลใหญ่ มีผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทำให้ห้วยโป่งจากสังคมชนบทกลายเป็นสังคมเมืองในที่สุด5 จากบทประพันธ์พบว่าบริเวณห้วยโป่ง ในขณะนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่แล้วเมื่อราว พ.ศ. 2435 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยชาวบ้านจากบ้านเขาพุคา นําโดยหมื่นต้น(ต้นตระกูลน้อยเจริญ) อพยพหนีโรคระบาดจากบ้านพุคามาจัดตั้งชุมชนขึ้น ที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ติดสระห้วยโป่ง บริเวณนี้มักพบสัตว์ป่ามากินดินโป่งจนเป็นหลุมลึก จึงเป็นเหตุให้ตั้งชื่อบ้าน “ห้วยโป่ง” 6
ความเป็นมาของปัญหา
พื้นที่ดังกล่าวได้มีการสงวนหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ในราชการของกรมป่าไม้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 ให้จำแนกประเภทที่ดินเพื่อกำหนดเป็นเขตป่าสงวน ป่าคุ้มครอง และป่าที่สมควรจัดสรรเพื่อเกษตรกรรม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2514 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เพิกถอนการหวงห้ามตามความเห็นของคณะกรรมการจำแนกประเภทที่ดิน เพื่อนำไปดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 (2) ซึ่งที่ดินดังกล่าวยังไม่ได้ถูกเพิกถอนตามมติคณะรัฐมนตรี การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับประชาชนควรใช้กระบวนการของคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ (1) พื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบกับพื้นที่ที่ทับซ้อนกับพื้นที่ที่สงวนหวงห้าม โดยขอความร่วมมือกับกรมธนารักษ์ และกรมป่าไม้ ในการดำเนินการกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน และ (2) ประเด็นการจะเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนที่ดินหวงห้ามนั้นขึ้นอยู่การกำหนดนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นอำนาจหน้าที่ของ คทช. ตามนัยมาตรา 10 (1) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในการกำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศ อย่างไรก็ดีในการประชุมครั้งที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่สงวนหวงห้ามไว้ใช้ในราชการกรมป่าไม้ จังหวัดระยอง โดยให้เพิกถอนการสงวนหวงห้ามที่ดิน และให้ใช้วิธีการพิสูจน์สิทธิตามมาตรการของ (คทช.) สำหรับผู้ที่อาศัยทำกินในที่ดินก่อนการเป็นที่ดินของรัฐ เพื่อให้ได้เอกสารสิทธิ สำหรับประชาชนที่เข้ามาอยู่อาศัยและทำกินภายหลังควรจัดให้เช่าตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ โดยที่ประชุมเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้มีการกำหนดเขตแผนที่ของส่วนราชการที่มีการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ให้มีความชัดเจนก่อนดำเนินการแก้ไขปัญหา7
ปัจจุบันตำบลสำนักท้อน และตำบลห้วยโป่งแตกต่างจากอดีตเป็นอย่างมาก มีการพัฒนา จากสภาพพื้นที่ป่าตามที่ประพันธ์ไว้ในนิราศเมืองแกลงสู่ชุมชนสังคมชนบท จนกระทั้งกลายเป็นสังคมเมืองอย่างปัจจุบันเมื่อมีชุมชนย่อมมีผู้นำหมู่บ้านและศาสนสถาน ซึ่งบุคคลสำคัญในอดีต คือ หลวงพ่อหอม จันทโชโต (พระครูภาวนานุโยค) เกิดเมื่อเดือน 10 ปีขาล พ.ศ. 2433 ณ บ้านชากหมาก หมู่ที่ 2 ตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ท่านเป็นผู้ก่อตั้งวัดชากหมากป่าเรไร เดิมเป็นเพียงที่พักสงฆ์ร้างกว่า 10 ปี ต่อมา ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดชากหมาก ตลอดการดำรงตำแหน่งท่านได้พัฒนา ทำนุบำรุง จนกระทั้งวัดได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนา เมื่อปี พ.ศ. 2467 และได้ประกาศพระราชทานวิสุงคามสีมาอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 24768 นายหยอย สุวรรณสวัสดิ์ เป็นบุคคลสำคัญอีกท่านที่ได้รับเลือกและแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2473 ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งกำนันตำบลสำนักท้อน นับเป็นกำนันตำบลสำนักท้อนคนที่ 59 ซึ่งมีความสามารถในการพัฒนาท้องที่ให้มีความเจริญก้าวหน้า ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจับจองซื้อสิทธิครอบครองที่ดินปลูกสร้างบ้าน และที่ทำมาหากิน กำนันหยอยยังร่วมกับศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ตัดถนนจากตลาดบ้างฉางถึงหมู่บ้านชากหมาก ระยะทางราวประมาณ 10 กิโลเมตร จนกระทั้งปี พ.ศ. 2491 ทางการได้ช่วยจัดหาและว่าจ้างเกวียนรวมทั้งคนงาน เพื่อทำการขนและปักเสาคอนกรีตเรียงไปตามเส้นทางเกวียนในหมู่บ้านด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการและไม่รู้ข้อกฎหมาย มาทราบภายหลังว่าเสาคอนกรีตดังกล่าวเป็นการปักเสาตามแนวกำหนดเขตหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 249210 จึงก่อให้เกิดปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนนับแต่นั้นเป็นต้นมา
สืบเนื่องจากปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนในพื้นที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492 ส่งผลมาอย่างยาวนาน ผู้นำกลุ่มประชาชนผู้เดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน จึงขอให้ช่วยแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน โดยกลุ่มผู้เดือดร้อนได้อาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวราว 8,000 ครัวเรือน โดยประมาณ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 249211 ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดิน ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยระบุถึงสาเหตุแห่งการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อประโยชน์ ในราชการแห่งกรมป่าไม้12 ทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถออกเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งตนได้ครอบครองทำประโยชน์อยู่ก่อนประกาศสงวนหวงห้ามได้ และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2514 ให้เพิกถอนการหวงห้ามเพื่อนำไปจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน โดยตัวแทนกลุ่มประชาชนในพื้นที่มีความประสงค์ให้ทางราชการพิจารณาออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน พร้อมทั้งเรียกร้องให้เพิกถอนการหวงห้ามที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ได้แนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในการดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จึงจัดตั้ง “คณะทำงานพิจารณาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492” เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายให้ได้ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา และรายงานผลการดำเนินงานต่อ สคทช. และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรในพื้นที่ ทั้งนี้ จังหวัดระยองได้แจ้งผลการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวเฉพาะในตำบลสำนักท้อนมีประชาชนอยู่เป็นชุมชนหนาแน่น และตำบลบ้านฉาง มีประชาชนปลูกบ้านพักอาศัย มีการทำไร่ ทำสวน และมีประชาชนที่มีหลักฐาน เช่น ส.ค.1 น.ส.3 และหนังสือสิทธิทำกิน (ส.ท.ก.1) และมีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) นอกจากนี้หน่วยงานราชการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว รวมเนื้อที่ประมาณ 2,630 – 0 – 15 ไร่

ภาพที่ 1 ภาพแผนที่บริเวณพื้นที่ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่
ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักกะท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492
แนวทางการแก้ไขปัญหา
ในการหารือการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออก กรณีตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง สืบเนื่องจากมติการประชุมคณะทำงานฯ เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและกำหนดแนวเขตพื้นที่ตามที่ปรากฏทั้งหมดเนื้อที่ 62,000 ไร่ โดยประมาณที่มีการประกาศสงวนหวงห้าม และพื้นที่ป่า เนื้อที่ 19,000 ไร่ โดยประมาณ และที่ดินที่ขอเพิกถอน เนื้อที่ 42,000 ไร่ โดยประมาณนั้นยังไม่ชัดเจน และเนื่องจากมีการซ้อนทับกันระหว่างที่ราชพัสดุกับที่ป่าสงวนแห่งชาติ บางส่วนของที่ดินมีการตีความว่าเป็นที่ราชพัสดุซึ่งดูแลโดยกรมธนารักษ์ ในขณะที่บางส่วนเห็นว่าไม่ใช่เป็นที่สงวนหวงห้ามของกรมป่าไม้ การตีความดังกล่าวส่งผลทำให้ไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิได้ นอกจากนี้ยังไม่ได้มีการตีความพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จึงไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ทันที ในขณะเดียวกันที่ดินดังกล่าวในแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ในกลุ่มที่ 2 นั้น ปรากฎว่ามีสถานะเป็นที่ดินของกรมป่าไม้และป่าสงวน ไม่ได้เป็นที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ จึงเป็นข้อสงสัยของประชาชน เพราะเหตุใดแผนที่ดังกล่าวจึงมีสถานะเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ และหากเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์จะต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิให้ราษฎร แต่หากไม่สามารถพิสูจน์สิทธิได้ประชาชนต้องเช่าที่ดินของตนเอง ส่งผลให้เสียโอกาสในการทำนิติกรรมต่าง ๆ ขณะเดียวกันมีการประกาศเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงเป็นที่กังวลของประชาชนถึงการลงทุนกว่า 42,000 ไร่ ที่อาจจะไม่เกิดขึ้น จึงขอโต้แย้งสิทธิและขอให้แก้ไขปัญหาที่ดินแปลงดังกล่าวนี้เพื่อให้ประชาชนได้สิทธิที่ดีที่สุด สคทช. เห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปัญหาที่ดินและเอกสารสิทธิในที่ดิน ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492 โดยมีผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปัญหาที่ดินและเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง พร้อมทั้งรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยขอให้แก้ไขปัญหาการรับรองสิทธิในที่ดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะไฟฟ้า เพื่อใช้ในการดำรงชีพ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่กรณีดังกล่าว และมีมติให้แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อสำรวจขอบเขตที่ดินในเขตหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาฯ ก่อนนำเสนอคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ พิจารณาปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐฯ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐมาก่อนวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาได้เป็นการชั่วคราวตามหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งผ่อนปรนให้ผู้ที่ได้รับทะเบียนบ้านชั่วคราวซึ่งออกให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยซึ่งปลูกสร้างขึ้นในที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไฟฟ้า ประปาได้

ภาพที่ 2 และ 3 คณะทำงานพิจารณาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน
ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน
จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ที่มา: ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน สคทช.

ภาพที่ 4 ภาพตารางแสดงระยะเวลาการประกาศเขตที่ดินของรัฐ
ที่มา: กลุ่มงานพัฒนากฎหมาย กองกฎหมาย สคทช.
กรณีปัญหาในท้องที่ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง และตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง แม้ว่าหน่วยงานผู้ใช้ที่ราชพัสดุ คือ กรมป่าไม้จะได้มีการส่งคืนพื้นที่ที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ ซึ่งอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติคืนให้กับกรมธนารักษ์เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่การส่งคืนพื้นที่ยังไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ เนื่องจากผู้ใช้ที่ราชพัสดุต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินให้แล้วเสร็จ ก่อนส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ หากจะต้องดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวอาจสร้างปัญหาและเกิดผลกระทบในระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน จังหวัดระยอง มีลักษณะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ ในการอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น เห็นควรมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคให้ชุมชน โดยให้กรมป่าไม้ ในฐานะผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ร่วมกับกรมธนารักษ์ ในฐานะผู้ดูแล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำบันทึกข้อตกลงในการให้ความยินยอมให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา (MOU) โดยให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ประสานงานกับองค์กรปกครองบริหารส่วนท้องถิ่น และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคร่วมกันจัดทำโครงการเสนอตามขั้นตอน ตามกฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ซึ่งถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งการอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการที่ดินและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินของหน่วยงานภาครัฐ โดย สคทช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ประชาชนมีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ภาพที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ที่มา: ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน สคทช.
สคทช. “บริหารจัดการที่ดิน ประชาชนอยู่กินยั่งยืน”
อ้างอิง
1นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
2เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน สำนักงาคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
3สภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง. สารคดีตามรอยสุนทรภู่สู่เมืองแกลง. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568. จาก https://www.youtube.com/watch?v=Ur_sukeIogc
4เทศบาลตำบลสำนักท้อน. ประวัติความเป็นมาเทศบาลตำบลสำนักท้อน. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568. จาก https://snt.go.th/public/list/data/index/menu/1142
5สภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง. สารคดีตามรอยสุนทรภู่สู่เมืองแกลง. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568. จาก https://www.youtube.com/watch?v=Ur_sukeIogc
6องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง. ประวัติความเป็นมา. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568. จาก www.huaiponglopburi.go.th/ประวัติความเป็นมา.
7สรุปผลการประชุมหารือการแก้ไขปัญหา เรื่อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง, กลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองกฎหมาย.
8เอกสารประกอบ เรื่อง ความเป็นมาสภาพปัญหา และวัตุประสงค์ในการร้องเรียนเพื่อขอโฉนดที่ดิน เมื่อเพิกถอนเขตหวงห้ามของกรมป่าไม้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2492 ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้สำเร็จตามพิธีการทางกฎหมายต่อไป (ฉบับปรับปรุง). ประวัติโดยสังเขป หลวงพ่อหอม จันทโชโต (พระครูภาวนานุโยค).
9เอกสารประกอบ เรื่อง ความเป็นมาสภาพปัญหา และวัตุประสงค์ในการร้องเรียนเพื่อขอโฉนดที่ดิน เมื่อเพิกถอนเขตหวงห้ามของกรมป่าไม้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2492 ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้สำเร็จตามพิธีการทางกฎหมายต่อไป (ฉบับปรับปรุง). ประวัติโดยสังเขป นายหยอย สุวรรณสวัสดิ์
10แหล่งเดียวกัน
11รายงานสรุปผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีขอความอนุเคราะห์ช่วยสนับสนุนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง, คณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา.
12พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลสำนักท้อน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 66 ตอนที่ 24 (26 เมษายน 2492)
