โดย นางอภิญญา นราธนากร1
นางสาวเทพอารี จึงสถาปัตย์ชัย2
นางสาวกนกวรรณ อิ่มอาบ3
กองที่ดินของรัฐ กลุ่มงานนโยบายและประเมินผล
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายที่มาและแนวทางการช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ดินของรัฐ ให้สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยมีการนำร่องในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นกรณีศึกษา โดยเนื้อหาจะกล่าวถึงกลุ่มประชาชนที่สามารถขอรับความช่วยเหลือ ขั้นตอนการดำเนินการ รวมถึงความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย
ปัจจุบันยังมีประชาชนบางส่วนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ดินของรัฐ ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้า และน้ำประปาได้อย่างเหมาะสม หรือหากมีไฟฟ้าใช้ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากการไม่มีเอกสารรับรองหรือเอกสารอนุญาตให้อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ เพื่อนำไปใช้ประกอบการขอใช้ไฟฟ้าและน้ำประปากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 ในการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มดังกล่าว
รัฐให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานตามที่
กฎหมายของไทยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัดให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง โดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย4 มาตรา 56 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำประปา ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในด้านสิทธิมนุษยชน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 25605 มาตรา 4 ให้ความหมายของสิทธิมนุษยชนว่าเป็นศักดิ์ศรี สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ซึ่งรัฐต้องให้การคุ้มครอง
สำหรับการจัดการที่ดินของรัฐ พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 25626 มาตรา 10 กำหนดให้มีการวางนโยบายและแนวทางบริหารจัดการที่ดินของประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐและการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ด้านการให้บริการไฟฟ้า พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 25507 มาตรา 8 กำหนดให้รัฐสนับสนุนกิจการไฟฟ้าในฐานะสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
ส่วนการให้บริการน้ำประปา พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 25228 มาตรา 5 กำหนดให้การประปาส่วนภูมิภาคมีหน้าที่จัดหา ผลิต และจำหน่ายน้ำประปา เพื่อประโยชน์และสุขภาพของประชาชน
สคทช. ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า
และน้ำประปา โดย
การดำเนินการนี้เริ่มต้นจาก มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ซึ่งเห็นชอบให้แก้ไขปัญหาประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐที่ยังไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาได้ แม้ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านไฟฟ้าและประปาจะผ่อนปรนให้ประชาชนบางกลุ่มสามารถขอใช้บริการได้แล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมาเป็นระยะเวลานาน
คณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นหน่วยงานหลักในการเร่งขอผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐมาก่อนวันที่ 9 มกราคม 2567 สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาได้เป็นการชั่วคราว ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดพื้นที่นำร่องในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน
สคทช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันรวบรวมข้อมูลและกำหนดกลุ่มเป้าหมายของประชาชนที่จะได้รับความช่วยเหลือ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา และมีมติเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เห็นชอบให้ผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 และเห็นชอบกลุ่มเป้าหมาย ตามที่ สคทช. เสนอ นอกจากนี้ ได้เห็นชอบให้คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) กาญจนบุรีและแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้รับทราบแนวทางการดำเนินงาน และเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา และพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ปัจจุบัน สคทช. ได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา และพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ เพื่อกำหนดขั้นตอนการให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้า น้ำประปา โดยใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานต่อไป
ประชาชนที่จะได้รับการช่วยเหลือ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ได้กำหนดกลุ่มประชาชนที่จะได้รับความช่วยเหลือให้เข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปา ในพื้นที่นำร่อง จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มเป้าหมายที่ 1 : กลุ่มประชาชนที่จะได้รับการช่วยเหลือก่อนเป็นลำดับแรก ได้แก่
ประเภทที่ 1 ประชาชนที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ก่อนวันที่ 9 มกราคม 2567
ประเภทที่ 2 : ประชาชนที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม9 ได้แก่

กลุ่มเป้าหมายที่ 2 : กลุ่มประชาชนที่จะได้รับการพิจารณาเหตุผลความจำเป็นเป็นรายกรณี ได้แก่ ประชาชนที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มที่ 1. เช่น พื้นที่ ส.ป.ก. ที่ราชพัสดุ เป็นต้น โดยต้องไม่อยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐตามกลุ่มเป้าหมายที่ 1 ประเภทที่ 1 ด้วย
ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือได้อย่างไร
คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 มีมติเห็นชอบให้ผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถขอใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาได้ง่ายขึ้น
การดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยให้หน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ดำเนินการร่วมกันตามกรอบการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งแบ่งเป็น 9 ขั้นตอน
นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 มีมติเห็นชอบในการกำหนดมาตรการเรื่อง การตรวจพิสูจน์เพื่อการอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 โดยให้ คพร.จังหวัดกาญจนบุรีและแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ดังนี้
กรอบการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 มี 9 ขั้นตอน
โดย สคทช. จะทำหน้าที่ประสาน ติดตาม การดำเนินงาน ตามกรอบการบริหารจัดการโครงการฯ เพื่อเร่งรัดและขับเคลื่อนการดำเนินงาน และรายงานผลต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ เมื่อมีการดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าหรือการใช้พลังงานทดแทนเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายใน 2 จังหวัดได้แล้วเสร็จ จะทำให้ประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี 228 หมู่บ้าน 16,057 ครัวเรือน 45,250 คน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน 89 หมู่บ้าน 16,678 ครัวเรือน 48,400 คน มีไฟฟ้าใช้ โดยจะมีการนำร่องก่อน ในพื้นที่ ดังนี้
1) พื้นที่ต้นแบบด้านไฟฟ้า
จังหวัดกาญจนบุรี : บ้านอีต่อง ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน : บ้านห้วยโป่งเลา หมู่ที่ 4 ตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม
2) พื้นที่ต้นแบบด้านประปา
จังหวัดแม่ฮ่องสอน : บ้านชานเมือง หมู่ที่ 12 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
การช่วยเหลือประชาชนจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากใครบ้าง
สคทช. โดยความร่วมมือกับ 8 กระทรวง10 16 หน่วยงาน 2 จังหวัด 3 คณะ 1 ชุดปฏิบัติการ และหน่วยงานในท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล ปกครองจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันวางแผน ระดมความคิดเห็น ลงพื้นที่ และเก็บข้อมูลประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ตามมติคณะรัฐมนตรีให้สำเร็จเป็นรูปธรรม

ภาพ การบูรณาการความร่วมมือการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา
การช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปา ในพื้นที่
นำร่อง จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 และวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าตนเองเข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ และสามารถเข้าสู่กระบวนการตามกรอบแนวทางและขั้นตอนที่กำหนด โดยมี สคทช. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนการดำเนินงาน ผ่านความร่วมมือของ 8 กระทรวง 16 หน่วยงาน 2 จังหวัด 3 คณะ และ 1 ชุดปฏิบัติการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ดินของรัฐที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สิทธิ ให้สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต และการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการของรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมได้อย่างชัดเจน ถือเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ระหว่างหลักสิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การบริหารจัดการของรัฐมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายเชิงนโยบายและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืนผ่านการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ทั้งนี้ การอนุญาตหรือการรับรองดังกล่าว เป็นเพียงการให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาเท่านั้น ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในที่ดินของรัฐในประการอื่นใด โดยในระยะแรกจะดำเนินการในพื้นที่นำร่องทั้ง 2 จังหวัด และจะมีการประเมินผลก่อนพิจารณาขยายผลไปยังจังหวัดอื่นต่อไป
อ้างอิง
1นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองที่ดินของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
2นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กองที่ดินของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
3นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ กองที่ดินของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
4รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.
5พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560. (2560, 12 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 123 ก. หน้า 1-24.
6พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562. (2562, 14 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136 ตอนที่ 49 ก. หน้า 1-8.
7พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550. (2550, 10 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 124 ตอนที่ 89 ก. หน้า 12-64.
8พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522. (2522). (2522, 27 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 96 ตอนที่ 26 ฉบับพิเศษ. หน้า 1-16.
9สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ. (2566). การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.). ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 5 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: บริษัท ต้นคิด ครีเอท จำกัด.
10 8 กระทรวง ได้แก่ (1) กระทรวงกลาโหม (2) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (3) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (4) กระทรวงการคลัง (5) กระทรวงมหาดไทย (6) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (7) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ (8) กระทรวงพลังงาน
16 หน่วยงาน ได้แก่ (1) กรมแผนที่ทหาร (2) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (3) กรมป่าไม้ (4) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (5) กรมธนารักษ์ (6) กรมที่ดิน (7) กรมการปกครอง (8) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (9) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
(10) กรมพัฒนาที่ดิน (11) กรมส่งเสริมสหกรณ์ (12) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (13) มณฑลทหารบกที่ 17 (14) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (15) การประปาส่วนภูมิภาค และ (16) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดแม่ฮ่องสอน
3 คณะ ได้แก่ (1) คณะทำงานขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา และพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ (2) คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) และ (3) คณะทำงานกลั่นกรอง แต่งตั้งโดย คพร.จังหวัด
1 ชุดปฏิบัติการ ได้แก่ ชุดปฏิบัติการระดับพื้นที่
