เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) ได้มอบหมายให้ นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รอง ผอ.สคทช. เป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กรณีปัญหาเกี่ยวกับแนวเขตนิคมสหกรณ์ และแนวเขตที่ราชพัสดุในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมที่ดิน ธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ และนิคมสหกรณ์บ้านไร่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ สคทช. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สคทช. 2 ชั้น 20 อาคารอารีย์ ฮิลส์ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)
การประชุมหารือในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญสืบเนื่องมาจากหนังสือของคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขอให้ สคทช. พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อนและขัดแย้งเกี่ยวกับแนวเขตที่ดิน รวมถึงอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ อันเกิดจากสภาพพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตระหว่างนิคมสหกรณ์บ้านไร่ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทับซ้อนกับแนวเขตที่ราชพัสดุริมคลองสรรพสามิตทั้งสองฝั่งคลอง แปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป. 1250 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง
สำหรับที่ดินริมคลองสรรพสามิต แปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป. 1250 ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ทางราชการได้ดำเนินการขุดคลองขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงเกลือสู่ท่าเรือส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ต่อมากรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุไว้ โดยมีการจัดให้ราษฎรเช่าอยู่อาศัย อย่างไรก็ดี คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของที่ดินบริเวณนี้รวม 3 ครั้ง ได้แก่ เรื่องเสร็จที่ 605/2537, เรื่องเสร็จที่ 725/2539 และเรื่องเสร็จที่ 16/2553 โดยมีความเห็นสรุปได้ว่า คลองสรรพสามิตเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเรือนใช้ร่วมกัน และไม่เป็นที่ราชพัสดุ ส่วนที่ดินริมคลองในส่วนที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมกสิกรรมและนิคมเกลือในรูปสหกรณ์ พ.ศ. 2500 ถือว่าอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้นำมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง ผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) ของพื้นที่กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 จังหวัด มาพิจารณาประกอบการดำเนินงาน ซึ่งมติ ครม. ดังกล่าวให้ความเห็นชอบผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐและกำหนดกรอบระยะเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและแผนที่แนบท้ายให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน พร้อมทั้งกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนและความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนและเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีประชาชนผู้ครอบครองที่ดินได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไม่สามารถยื่นขออนุญาตปลูกสร้าง ปรับปรุง หรือซ่อมแซมต่อเติมอาคารที่พักอาศัยจากทางเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่าได้ เนื่องจากความทับซ้อนและกระบวนการส่งมอบพื้นที่ระหว่างหน่วยงานรัฐยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินงาน
นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ สคทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า "ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการ สคทช. ได้เน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐโดยต้องยึดประโยชน์และความผาสุกของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับความถูกต้องตามหลักกฎหมาย การประชุมร่วมกันในวันนี้จึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกฝ่าย ทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมธนารักษ์ ได้นำข้อมูลและเอกสารหลักฐานมาร่วมพิจารณาอย่างโปร่งใส เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด โดย สคทช. จะรวบรวมข้อเท็จจริงและแนวทางการบริหารจัดการที่ดินบริเวณริมคลองสรรพสามิตทั้งหมด เสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพื่อพิจารณาและสรุปแนวทางแก้ไขปัญหา ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ต่อไป ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย บรรเทาความเดือดร้อน และคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ได้อย่างยั่งยืน"












