วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) – นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ภายใต้หัวข้อ “5 ปี สคทช. สร้างความมั่นคงด้านที่ดิน สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ คทช. ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคทช. ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน กว่า 400 คน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมงานฯ ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 11 โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ระดับท้องที่ท้องถิ่น ที่ได้ร่วมกันเร่งรัดขับเคลื่อนภารกิจการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ จนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการซ้อนทับของแนวเขตที่ดินของรัฐ และการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล โดยให้เร่งจัดสรรที่ดินทำกิน ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อลดการบุกรุกและรักษาป่า และให้จัดทำผังเมืองที่สนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามศักยภาพและทรัพยากรในพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงาน สนับสนุนการผลักดันนโยบายที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ อันจะสร้างประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องประชาชน
“นับจากนี้ สคทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดเอกภาพของการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน บรรลุเป้าหมายการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินอันเป็นทรัพยากรพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิต ภายใต้เส้นแนวเขตที่ดินของรัฐที่เป็นหนึ่งเดียว ตามแนวคิด One land, One Law หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ ลดและขจัดข้อพิพาทด้านที่ดิน โดยใช้กระบวนการพิสูจน์สิทธิที่โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักวิชาการ” นายทรงศักดิ์ฯ กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบนโยบายสำคัญในการยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ คทช. เพื่อก้าวไปสู่ตลาดโลก โดยมุ่งพัฒนาขีดความสามารถตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตให้สอดรับกับมาตรฐานสากล เพื่อการันตีว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมมาตรการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและลดการใช้สารเคมี ซึ่งจะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์กระแสโลกในการลดและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อีกด้วย
ด้าน ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาว่า ปัญหาด้านที่ดินของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ และความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิตของประชาชน รวมถึงปัญหาการทับซ้อนของแนวเขตที่ดินของรัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และจัดตั้ง คทช. ขึ้น ตามด้วยการจัดตั้ง สคทช. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สคทช. ได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน ผลการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน สามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 1,672 พื้นที่ 73 จังหวัด เนื้อที่ประมาณ 4.53 ล้านไร่ ดำเนินการอนุญาตตามกฎหมายแล้ว 3.7 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จำนวน 101,453 ราย และส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว จำนวน 389 พื้นที่ 69 จังหวัด
การจัดงานสัมมนาในวันนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน องค์ความรู้ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ การมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานร่วมขับเคลื่อนภารกิจ คทช. การเสวนาทางวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมการจัดการที่ดิน และการจัดแสดงผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากชุมชน คทช. เป็นต้น
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนภารกิจของ สคทช. ต่อจากนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดอนาคตการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ให้กับประชาชน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลกอย่างยั่งยืน




















