วานนี้ (ศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) พร้อมด้วย นายสกุลยุช ศรุตานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคทช. ประชุมหารือร่วมกับ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัดบึงกาฬ) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจากส่วนกลาง ได้แก่ กรมป่าไม้ และกรมที่ดิน และส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนและยกระดับการดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ตามนโยบายของนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ณ ห้องประชุมเจติยาคีรี (ภูทอก) ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ
โดยที่ประชุมเห็นพ้องให้เร่งรัดการจัดที่ดิน คทช. ในพื้นที่เป้าหมายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 4 ป่า (ป่าดงเซกา ป่าดงสีชมพู ป่าภูทอกใหญ่ภูวัว และป่าดงซำบอนเซกา, ป่าดงภูวัว พื้นที่ที่ 2, ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย และป่าดงหนองตอ) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบึงโขงหลง อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย และอำเภอเมืองบึงกาฬ รวมเนื้อที่ประมาณ 22,900 ไร่ ให้ผ่านขั้นตอนการอนุญาตใช้ประโยขน์พื้นที่จากกรมป่าไม้ ภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกรมที่ดิน ในการเร่งรัดขั้นตอนการอนุญาตให้ประชาชนกว่า 3,900 ราย เข้าอยู่อาศัยและทำประโยชน์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
นอกจากนี้ จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 จะเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อีก 2 ป่า คือ ป่าสงวนดงดินกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู รวมเนื้อที่ประมาณ 35,000 ไร่ ให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อยื่นขออนุญาตจากกรมป่าไม้ และดำเนินการจัดที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ป่าดงภูวัว ซึ่งได้รับอนุญาตและจัดราษฎรเข้าทำประโยชน์แล้ว สคทช. และจังหวัดบึงกาฬ จะทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน คทช. ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาตลาด และการรับรองผลผลิตและสินค้าด้วยตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. เพื่อให้ชุมชน คทช. ใช้ประโยชน์จากผืนดินเพื่อสร้างรายได้สร้างความมั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืน
ในการนี้ นายสกุลยุช ศรุตานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการในจังหวัดบึงกาฬที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามภารกิจขับเคลื่อนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมรับฟังประเด็นปัญหาจากราษฎรในพื้นที่ บริเวณบ้ามขามเปี้ย หมู่ที่ 7 ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์อยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูวัว ขนาดเนื้อที่ 193 ไร่ 3 งาน 83 ตารางวา มีราษฎรได้รับสิทธิ 54 ราย (61 แปลง) ซึ่งได้รับการส่งเสริมการจัดระเบียบที่ดินและการพัฒนาอาชีพจากหน่วยงานในคณะทำงาน คทช. อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกยางพารา ซึ่งตรงตามแนวนโยบายที่ทาง สคทช. กำลังเร่งผลักดันในเรื่อง “จากสิทธิทำกิน สู่ตลาดโลก” เพื่อสร้างข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด โดยมี 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงทุนปลูกแทนจาก กยท. ปลดล็อกให้เกษตรกรในพื้นที่ คทช. สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามประกาศคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 5) เพื่อรับเงินทุนสนับสนุนการปลูกแทนได้อย่างถูกต้อง การยกระดับสู่มาตรฐาน EUDR (EU Deforestation Regulation) สิทธิ คทช. ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการรับรองมาตรฐานยุโรป เพื่อยืนยันว่ายางพาราและผลผลิตจากจังหวัดบึงกาฬเป็นสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางภาษีและการค้าและการขับเคลื่อนตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. สคทช. ได้จดทะเบียนตราสัญลักษณ์ "Product from NLB Community" กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ที่มาจากที่ดิน คทช. ที่ถูกต้องตามกฎหมายช่วยสร้างอัตลักษณ์ ความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง สคทช. และจังหวัดบึงกาฬในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงภาพลักษณ์เชิงบวกของการทำงานภาครัฐยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการติดอาวุธทางเศรษฐกิจ ยกระดับสินค้าชุมชนสู่มาตรฐานสากล เพื่อนำพาความสุขและความมั่นคงที่ยั่งยืนมาสู่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬอย่างแท้จริง












