วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ สคทช. ร่วมกับ กรมแผนที่ทหาร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมชุดปฏิบัติงานเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตปฏิรูปที่ดินที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอ ให้คงเหลือเฉพาะเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน โดยใช้ผลจากการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) 122 อำเภอ 21 จังหวัด ชุดที่ 2 ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 15 กรมแผนที่ทหาร ถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 โดยมีวาระสำคัญคือการรับทราบคำสั่งแต่งตั้งชุดปฏิบัติงานเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตปฏิรูปที่ดินฯ จำนวน 3 ชุด มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงจากผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ (One Map) พิจารณาเร่งรัดและดำเนินการปรับเส้นแนวเขตปฏิรูปที่ดินที่ประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอให้สอดคล้องกับรายละเอียดข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ การเร่งรัดการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และการจัดทำข้อเสนอแนะในการดำเนินงานให้ได้ข้อยุติกรณีแนวเขตที่ดินของรัฐที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานทับซ้อนกัน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ในพื้นที่อำเภอตาพระยา และโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเดิมเคยมีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 โดยมีการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล พิจารณาปรับเส้นแนวเขตปฏิรูปที่ดินให้ถูกต้องสอดคล้องตามข้อเท็จจริง และหลักฐานตามกฎหมาย ในการนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบการขอขยายระยะเวลาการดำเนินงานชุดปฏิบัติงานเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตปฏิรูปที่ดินฯ จำนวน 60 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณงาน ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ ของชุดปฏิบัติงาน และมีเวลาเพียงพอในการรวบรวมหลักฐาน พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการ สคทช. (ณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์) เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการข้อมูล เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตปฏิรูปที่ดินที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอให้คงเหลือเฉพาะเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน โดยใช้ผลจากการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) 122 อำเภอ 21 จังหวัด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนจากการดำเนินงานปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มุ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินให้ได้ข้อยุติอย่างรอบคอบ การบูรณาการการทำงานภายใต้โครงการ One Map ในครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศระดับชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยุติข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดินระหว่างหน่วยงานรัฐ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการวางผังเมืองและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป