วันนี้ (24 เมษายน 2569) – ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นประธานการประชุมพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเตรียมความพร้อมและวางกรอบการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และปฏิทินงบประมาณ โดยมี นายสกุลยุช ศรุตานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สคทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สคทช. เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม สคทช. 1 ชั้น 20 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference)

 

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการยกแนวทางของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำความสำคัญของการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่าต้องมีความ “ตรงเป้า แม่นยำและคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า” และสามารถตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาลทั้ง 5 ด้าน โดยมุ่งเน้นให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ โดยที่ประชุมได้พิจารณากรอบวงเงินและรายละเอียดคำของบประมาณที่แต่ละหน่วยงานในสังกัดได้เสนอของบประมาณ เพื่อประกอบการจัดทำคำของบประมาณในภาพรวมของ สคทช. รวมทั้งได้ติดตามเร่งรัดผลการดำเนินงานและการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และผลการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

 

ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้กล่าวเน้นย้ำ ให้ทุกหน่วยงานพิจารณาโครงการที่มีความสำคัญและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และทางแนวข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ให้นำผลการการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มาพิจารณาถึงศักยภาพในการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ผลผลิต ความคุ้มค่า ความมีประสิทธิภาพ และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ เพื่อประกอบการจัดทำคำของบประมาณในปี 2570 และให้เร่งรัดการปฏิบัติงานและการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายที่สำนักงบประมาณกำหนดอย่างเคร่งครัดต่อไป

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปรับลดงบประมาณเพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และทางแนวข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการปรับแก้ไขรายละเอียดการเสนอของบประมาณให้เป็นไปตามมติที่ประชุม เพื่อจัดส่งรายละเอียดคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ในภาพรวมของ สทคช. ให้กับสำนักงบประมาณเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของทางราชการต่อไป