วันนี้ (20 มีนาคม 2569) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ สคทช. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจเพื่อขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน “โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map)” ระยะที่ 2 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมบูรณาการกับจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและประชาชน ซึ่งจะยกระดับการบริหารจัดการที่ดินของประเทศให้เป็นระบบเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนของแนวเขตที่ดินของรัฐ อันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินของประชาชนมาอย่างยาวนาน ตลอดจนมุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน ลดความเหลื่อมล้ำ ข้อพิพาทด้านที่ดิน และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี นายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผู้อำนวยการกองที่ดินของรัฐ นางสาวภทรกช เหนือเกตุ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ สคทช. เข้าร่วมโครงการฯ ณ โรงแรมไมด้า เดอ ซี หัวหิน ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 6 ของการดำเนินงานในระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และเพชรบุรี โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขยายการเข้าถึงข้อมูลไปยังประชาชนในวงกว้าง อันสะท้อนถึงแนวทางการสื่อสารเชิงรุกของภาครัฐในการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงวิชาการตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ด้านการอ่านแผนที่เบื้องต้น และการแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชัน One Map Thai ตลอดจนการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “One Map ถอดรหัสปัญหาที่ดินรัฐทับซ้อน ทำไมต้องมีแผนที่เดียว” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่ดินของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าให้แก่ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ควบคู่กับการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศให้เป็นเอกภาพภายใต้มาตรฐานเดียว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในระยะยาวอย่างยั่งยืน










