วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569 ) เวลา 9.30 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการ สคทช. มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ สคทช. เข้าร่วมประชุมหารือวาระสำคัญเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน โดยมี นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย ผู้แทนจากกรมที่ดิน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ สคทช. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมถกประเด็นปัญหาข้อพิพาทในที่ดินของรัฐ และการจัดสรรที่ดินให้กับราษฎรณ ห้องประชุม สคทช. 1 ชั้น 20 อาคารอารีย์ ฮิลส์ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

 

การประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นหารือในประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนจากการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินและมาตรฐานการครองชีพ โดยเฉพาะกรณีศึกษาสำคัญ อาทิ พื้นที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ และกรณีที่สาธารณประโยชน์ในจังหวัดสุรินทร์ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการที่ดินตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

 

นายสุริยน พัชรครุกานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนว่า "การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งในมิติเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว จำเป็นต้องยึดโยงกับแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเปราะบางเรื่องสิทธิชุมชน"

 

สำหรับในกรณีการจัดที่ดินบริเวณภูทับเบิกและพื้นที่ใกล้เคียง นายสุริยนฯ ระบุเพิ่มเติมว่า "ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้เกิดความชัดเจนภายในระยะเวลา 2 - 3 เดือน เพื่อนำไปสู่รูปแบบการจัดที่ดินตามนโยบาย คทช. ซึ่งแม้สถานะที่ดินจะยังคงเป็นของรัฐ แต่รัฐจะรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกินให้แก่ราษฎร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักสิทธิมนุษยชนหลักประกันว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย"

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นปัญหากรณีรายงานผลการตรวจสอบที่ 191/2566 เรื่อง สิทธิชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีราษฎรได้รับผลกระทบจากการผลักดันออกจากพื้นที่สาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงข้อจำกัดในการจัดหาพื้นที่รองรับ โดยมีการชี้แจงว่าปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเสนอพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดทำโครงการ คทช. เพิ่มเติม แม้จะมีความพยายามสำรวจพื้นที่บริเวณตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ แต่ติดขัดปัญหาการคัดค้านจากประชาคมในพื้นที่เดิมที่หวงแหนที่สาธารณะ จึงไม่สามารถนำพื้นที่ดังกล่าวมาจัดสรรให้กับผู้เดือดร้อนจากต่างพื้นที่ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้สิทธิคนในพื้นที่ก่อน

 

ด้านนายณัฐวุฒิฯ รองผู้อำนวยการ สคทช. ได้ขยายความถึงหลักการบริหารจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์ตามนโยบาย คทช. ว่า "หัวใจสำคัญของการนำที่ดินสาธารณประโยชน์มาจัดสรร คือ ต้องผ่านกระบวนการประชาคมและต้องไม่มีสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของพลเมืองแล้ว จึงจะสามารถนำมาจัดในรูปแบบแปลงรวมหรือสหกรณ์ได้ หากพื้นที่สาธารณะไม่เพียงพอ สคทช. กำลังพิจารณาแนวทางเลือกอื่น เช่น การใช้ที่ราชพัสดุหรือที่ดินรกร้างว่างเปล่าอื่น ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน"

 

ทั้งนี้ ประธานในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูล และเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป โดยมุ่งหวังให้การจัดการที่ดินของประเทศดำเนินไปบนหลักนิติธรรม ความเป็นธรรมทางสังคม และการลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิของประชาชนควบคู่การบริหารทรัพยากรที่ดินของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และสมดุลในทุกมิติ