วันนี้ (15 มกราคม 2569) เวลา 10.00 น. ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) พร้อมด้วย นางสาวสุวลักษณ์ จูสวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอนุกรรมการ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยนายนพพล ชูกลิ่นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (VDO Conference)
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กล่าวถึงสาระสำคัญของปัญหาป่าทับที่ดินทำกินว่า เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ยึดเอกสารสิทธิ์เป็นหลัก โดยมิได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนจึงมีความจำเป็นต้องทบทวนกฎหมายโดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติครั้งที่ 3/2568 และเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการฯ เพื่อเพิ่มบทบาทภาคประชาชนให้ครอบคลุมและเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นและยังได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงการขยายระยะเวลาดำเนินการ ครั้งที่ 2 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 มติเห็นชอบกรอบประเด็นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยมุ่งเน้นผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายต่อสิทธิชุมชน การมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ มาตรการอนุญาตให้ประชาชนอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตป่าและแนวทางการพิสูจน์สิทธิในที่ดิน รวมถึงการผลักดันร่างพระราชบัญญัติโฉนดชุมชน สำหรับพื้นที่เป้าหมายในการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ได้กำหนดพื้นที่ศูนย์กลางใน 4 ภูมิภาค ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง และภาคใต้ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่รอบด้าน ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอขอขยายระยะเวลาดำเนินการของคณะอนุกรรมการฯ ออกไปอีก 60 วัน (ครั้งที่ 3) จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้การรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเป็นไปอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ สคทช. ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิทธิในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป










